การดูแลผู้สูงอายุในฤดูหนาว อย่างถูกวิธี ลดความเสี่ยง เพิ่มคุณภาพชีวิต
ฤดูหนาวเป็นช่วงเวลาที่ผู้สูงอายุมีความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพมากกว่าฤดูอื่น ๆ เนื่องจากอากาศที่เย็นลง ความชื้นต่ำ และโรคที่มากับฤดูหนาว การดูแลผู้สูงอายุในฤดูหนาว อย่างถูกวิธีจะช่วยลดความเสี่ยงของการเจ็บป่วย และทำให้ผู้สูงอายุมีคุณภาพชีวิตที่ดีและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น
ทำไมฤดูหนาวจึงอันตรายสำหรับผู้สูงอายุ
ร่างกายควบคุมอุณหภูมิได้ไม่ดี
เมื่ออายุมากขึ้น ระบบไหลเวียนเลือดและการเผาผลาญทำงานช้าลง ร่างกายสร้างความร้อนได้ไม่ดี ผู้สูงอายุจึงหนาวง่าย มือเท้าเย็น และเสี่ยงต่อภาวะตัวเย็นเกิน (Hypothermia)
โรคประจำตัวกำเริบได้ง่าย
อากาศเย็นทำให้หลอดเลือดหดตัว ส่งผลให้โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง หอบหืด หรือโรคหลอดลมอักเสบ มีโอกาสกำเริบสูงขึ้น
ภูมิคุ้มกันลดลง
ผู้สูงอายุมีภูมิต้านทานต่ำ เสี่ยงต่อการติดเชื้อทางเดินหายใจ เช่น ไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ และปอดบวม
เสี่ยงต่อการหกล้ม
พื้นลื่นจากน้ำค้าง เสื้อผ้าที่หนาเกินไป หรือการเคลื่อนไหวที่ไม่คล่องตัว อาจทำให้ผู้สูงอายุหกล้มได้ง่ายในฤดูหนาว
การดูแลผู้สูงอายุด้านการแต่งกายและอุณหภูมิร่างกาย
การสวมเสื้อผ้าให้เหมาะสม
-
ใส่เสื้อผ้าหลายชั้น (Layering) เพื่อปรับตามอุณหภูมิ
-
เลือกผ้านุ่ม ระบายอากาศได้ดี ไม่รัดแน่น
-
เสื้อผ้าควรปิดคอ ข้อมือ และข้อเท้า
ป้องกันความเย็นที่มือ เท้า และศีรษะ
-
ใส่ถุงเท้าที่อุ่นแต่ไม่รัด
-
สวมหมวกหรือผ้าคลุมศีรษะเมื่ออากาศหนาวจัด
-
หากออกนอกบ้านควรใส่เสื้อกันลมและผ้าพันคอ
ดูแลอุณหภูมิภายในบ้าน
-
ห้องนอนไม่ควรหนาวเกินไป
-
เปิดให้อากาศถ่ายเทช่วงกลางวัน
-
หลีกเลี่ยงการใช้เตาถ่านหรือเตาแก๊สในห้องปิด เพื่อป้องกันพิษคาร์บอนมอนอกไซด์
การดูแลผู้สูงอายุด้านอาหารและน้ำ
เลือกรับประทานอาหารอุ่นและย่อยง่าย
เช่น ซุป โจ๊ก ข้าวต้ม และอาหารที่ปรุงสุกใหม่ ช่วยให้ร่างกายอบอุ่นและย่อยง่าย
ดื่มน้ำให้เพียงพอ
แม้จะไม่รู้สึกกระหายน้ำ ผู้สูงอายุก็ควรจิบน้ำอุ่นเป็นระยะ เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ
ควบคุมอาหารหวาน มัน และเค็ม
ผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวานหรือไขมันในเลือดสูง ควรระวังเป็นพิเศษ
การป้องกันโรคทางเดินหายใจในฤดูหนาว
-
ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่เป็นประจำทุกปี
-
ล้างมือบ่อย หลีกเลี่ยงสถานที่แออัด
-
หลีกเลี่ยงควันบุหรี่และมลพิษ
-
หากมีอาการไอ หอบ เหนื่อย หรือมีไข้ ควรพบผู้เชี่ยวชาญทันที
การดูแลด้านการเคลื่อนไหวและความปลอดภัยในบ้าน
-
จัดบ้านให้ปลอดภัย เก็บของเกะกะออกจากทางเดิน
-
ติดแผ่นกันลื่นในห้องน้ำ
-
ส่งเสริมการเคลื่อนไหวเบา ๆ เช่น เดินในบ้าน หรือยืดเหยียดกล้ามเนื้อ
-
เลือกรองเท้าที่พื้นไม่ลื่น กระชับเท้า
การดูแลด้านจิตใจและอารมณ์ของผู้สูงอายุ
ฤดูหนาวอาจทำให้ผู้สูงอายุรู้สึกเหงา ซึมเศร้า หรืออารมณ์แปรปรวน
-
พูดคุย ให้เวลา และแสดงความใส่ใจ
-
ชวนทำกิจกรรมร่วมกัน
-
เปิดรับแสงแดดยามเช้า 10–20 นาที
-
สังเกตอาการซึมเศร้าและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญหากจำเป็น
การดูแลผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัว
โรคหัวใจและความดันโลหิตสูง
-
หลีกเลี่ยงอากาศหนาวจัด
-
กินยาอย่างสม่ำเสมอและวัดความดันเป็นประจำ
โรคเบาหวาน
-
ตรวจระดับน้ำตาลตามคำแนะนำ
-
ตรวจดูผิวหนังและเท้าอย่างสม่ำเสมอ
โรคปอดและหอบหืด
-
หลีกเลี่ยงอากาศเย็นและควัน
-
เตรียมยาพ่นหรือยาฉุกเฉินใกล้ตัว
บทบาทของครอบครัวในการดูแลผู้สูงอายุในฤดูหนาว
ครอบครัวมีบทบาทสำคัญในการดูแลผู้สูงอายุ ไม่ว่าจะเป็นการเตรียมเสื้อผ้า อาหาร สภาพแวดล้อม การสังเกตอาการผิดปกติ และการให้กำลังใจอย่างใกล้ชิด
สรุป
การดูแลผู้สูงอายุในฤดูหนาวควรดูแลทั้งด้านร่างกายและจิตใจ ตั้งแต่การรักษาความอบอุ่น อาหาร น้ำ การป้องกันโรค ไปจนถึงความปลอดภัยและอารมณ์ การดูแลอย่างเข้าใจและใส่ใจจะช่วยให้ผู้สูงอายุผ่านฤดูหนาวไปได้อย่างปลอดภัยและมีความสุข
ธนรัฎ เฮลท์แคร์ | ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ เชียงใหม่ | ดูแลผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์เชียงใหม่
สนับสนุนการดูแลอย่างถูกต้อง และถูกวิธี โดย ศูนย์ดูแลผู้ป่วยและผู้สูงอายุ ธนรัฎ เฮลท์แคร์ เชียงใหม่
https://www.facebook.com/thanarat.healthcare?mibextid=LQQJ4d

