การเคาะปอด (Chest Percussion) คืออะไร? ทำอย่างไรให้ถูกต้องและปลอดภัย
การเคาะปอด (Chest Percussion) เป็นเทคนิคหนึ่งในศาสตร์ของ กายภาพบำบัดทรวงอก ที่มีเป้าหมายเพื่อช่วยให้เสมหะที่เหนียวข้นและเกาะติดอยู่ตามผนังหลอดลม หลุดร่อนออกมา เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถไอขับเสมหะได้ง่ายขึ้น
ภาวะเสมหะคั่งค้างพบได้ในผู้ป่วยหลายกลุ่ม เช่น
-
ไข้หวัดและปอดอักเสบ
-
โรคหอบหืด
-
โรคปอดเรื้อรัง
-
ผู้ป่วยติดเตียง
-
ผู้สูงอายุที่ไอเองได้ไม่ดี
หากปล่อยให้เสมหะสะสม อาจนำไปสู่การติดเชื้อรุนแรงหรือภาวะปอดแฟบได้
หัวใจสำคัญของการเคาะปอด: ไม่ใช่ “การตบ”
ความเข้าใจผิดที่พบบ่อย คือ ต้องตบแรง ๆ ให้ดังเพื่อให้เสมหะหลุด
ความจริงแล้ว การเคาะปอดคือการสร้าง แรงสั่นสะเทือนผ่านอากาศในอุ้งมือ ให้ส่งแรงเข้าไปถึงเนื้อปอดอย่างนุ่มลึก
✔️ ผู้ป่วยไม่ควรรู้สึกเจ็บ
✔️ ต้องได้ยินเสียงโปร่ง กลวง
✔️ ไม่ใช่เสียงตบเนื้อ
ขั้นตอนเตรียมตัวก่อนการเคาะปอด
1. ช่วงเวลาที่เหมาะสม (Timing is Key)
-
ควรทำขณะ “ท้องว่าง” เท่านั้น
-
ช่วงที่ดีที่สุด: ก่อนอาหาร หรือหลังตื่นนอน
-
หากรับประทานอาหารแล้ว ต้องรออย่างน้อย 1.5–2 ชั่วโมง
เพื่อป้องกันอาการอาเจียนหรือการสำลัก
2. การแต่งกายและสถานที่
-
ห้องควรอากาศถ่ายเท
-
สวมเสื้อผ้าบาง ๆ หรือใช้ผ้าขนหนูบางรอง
-
หลีกเลี่ยงการเคาะลงบนผิวหนังโดยตรง
3. การจัดท่า (Positioning)
การจัดท่ามีผลต่อการระบายเสมหะโดยใช้แรงโน้มถ่วงช่วย
-
ท่านั่ง → เคาะปอดส่วนบน
-
ท่านอนหงาย → เคาะด้านหน้า
-
ท่านอนตะแคง → เคาะด้านข้าง
-
ท่านอนคว่ำ → เคาะด้านหลัง
เทคนิคการเคาะปอดที่ถูกต้อง (Step-by-Step)
ขั้นตอนที่ 1: จัดมือรูป “ถ้วย”
-
นิ้วทั้ง 5 ชิดกันสนิท
-
งอนิ้วเล็กน้อยให้มือโค้ง
-
ต้องมีช่องอากาศในอุ้งมือ
นี่คือหัวใจสำคัญที่สุด
ขั้นตอนที่ 2: ใช้แรงจาก “ข้อมือ” เท่านั้น
-
สะบัดข้อมือขึ้นลง
-
ไม่เหวี่ยงทั้งแขน
-
ไม่ใช้แรงจากหัวไหล่
หากใช้ทั้งแขน ผู้ป่วยจะเจ็บทันที
ขั้นตอนที่ 3: จังหวะและเสียงที่ถูกต้อง
-
ความเร็วประมาณ 2–3 ครั้งต่อวินาที
-
จังหวะสม่ำเสมอ คล้ายม้าวิ่ง
-
ต้องเป็นเสียงโปร่ง (Hollow sound)
หากได้ยินเสียง “แปะ ๆ” แสดงว่ามือแบนเกินไป
ตำแหน่งที่เคาะได้ และตำแหน่งต้องห้าม
✅ พื้นที่ปลอดภัย
บริเวณที่มี “กระดูกซี่โครง” รองรับ ได้แก่
-
สะบักทั้งสองข้าง
-
ใต้สะบักถึงชายโครง
-
ด้านข้างลำตัวใต้รักแร้
-
หน้าอกเหนือราวนม
❌ พื้นที่อันตราย ห้ามเคาะเด็ดขาด
-
กระดูกสันหลัง
-
กระดูกหน้าอก
-
กระดูกไหปลาร้า
-
เต้านมสตรี
-
ช่องท้องทั้งหมด
-
บั้นเอว (ตำแหน่งไต)
ระยะเวลาในการเคาะปอด
-
3–5 นาที ต่อหนึ่งบริเวณ
-
รวมไม่เกิน 15–20 นาที ต่อรอบ
-
หลังทำควรกระตุ้นให้ผู้ป่วยไอ
ในกรณีผู้ป่วยไอไม่ได้ อาจต้องใช้เครื่องดูดเสมหะร่วมด้วย
ข้อห้ามและสัญญาณที่ต้องหยุดทันที
ห้ามทำ หรือหยุดทันที หากพบว่า:
-
ไอเป็นเลือด
-
กระดูกซี่โครงหัก
-
กระดูกพรุนรุนแรง
-
เจ็บหน้าอกมาก
-
หายใจลำบากมากขึ้น
-
หอบหืดกำเริบรุนแรง
-
มีลิ่มเลือดอุดตันในปอด
-
ผิวหนังมีแผลผ่าตัดใหม่
หากไม่แน่ใจ ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญก่อนเสมอ
FAQ คำถามที่พบบ่อย (SEO 2026)
Q: การเคาะปอดทำได้ทุกวันไหม?
A: สามารถทำได้วันละ 1–2 ครั้ง ขึ้นอยู่กับปริมาณเสมหะและคำแนะนำของแพทย์
Q: ผู้สูงอายุเคาะปอดได้หรือไม่?
A: ทำได้ แต่ต้องระวังแรงกด โดยเฉพาะในผู้ที่มีภาวะกระดูกพรุน
Q: เด็กสามารถเคาะปอดได้ไหม?
A: ทำได้ภายใต้คำแนะนำของบุคลากรทางการแพทย์เท่านั้น
บทสรุป
การเคาะปอดที่ถูกต้องไม่ใช่การตบแรง ๆ แต่คือการสร้างแรงสั่นสะเทือนอย่างมีเทคนิค
จำหลักง่าย ๆ ว่า:
“มืองุ้มเป็นถ้วย สะบัดข้อมือ เสียงต้องโปร่ง และเคาะบนซี่โครงเท่านั้น”
เมื่อทำอย่างถูกวิธี จะช่วยให้ผู้ป่วยหายใจโล่งขึ้น ลดความเสี่ยงการติดเชื้อ และฟื้นตัวได้เร็วขึ้น
ธนรัฎ เฮลท์แคร์ | ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ เชียงใหม่ | การเคาะปอด (Chest Percussion) วิธีที่ถูกต้อง สำหรับผู้ป่วยติดเตียง
สนับสนุนการดูแลอย่างถูกต้อง และถูกวิธี โดย ศูนย์ดูแลผู้ป่วยและผู้สูงอายุ ธนรัฎ เฮลท์แคร์ เชียงใหม่
https://www.facebook.com/thanarat.healthcare?mibextid=LQQJ4d

