You are currently viewing โรคงูสวัดในผู้สูงอายุ : สาเหตุ อาการ วิธีรักษา และการป้องกันก่อนเกิดภาวะแทรกซ้อน

โรคงูสวัดในผู้สูงอายุ : สาเหตุ อาการ วิธีรักษา และการป้องกันก่อนเกิดภาวะแทรกซ้อน

โรคงูสวัดในผู้สูงอายุ : สาเหตุ อาการ วิธีรักษา และการป้องกันก่อนเกิดภาวะแทรกซ้อน

สนับสนุนการดูแลอย่างถูกต้องและถูกวิธี โดย บ้านพักผู้ป่วยและผู้สูงอายุ ธนรัฎ เฮลท์แคร์ ดอยสะเก็ด เชียงใหม่

โรคงูสวัด (Shingles หรือ Herpes Zoster) เป็นโรคที่พบได้บ่อยในผู้สูงอายุ โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป แม้จะเป็นโรคที่เริ่มต้นจากผื่นและตุ่มน้ำบนผิวหนัง แต่สิ่งที่น่ากังวลที่สุดคืออาการปวดเส้นประสาทที่อาจคงอยู่นานหลายเดือนหรือหลายปี ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิต การนอนหลับ และสุขภาพจิตของผู้สูงวัย

ข่าวดีคือ หากได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างรวดเร็วภายใน 72 ชั่วโมงแรก จะช่วยลดความรุนแรงของโรคและลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนได้อย่างมาก


โรคงูสวัดคืออะไร?

โรคงูสวัดเกิดจาก เชื้อไวรัส Varicella Zoster Virus (VZV) ซึ่งเป็นเชื้อชนิดเดียวกับที่ทำให้เกิดโรคอีสุกอีใส

หลังจากหายจากอีสุกอีใส เชื้อไวรัสจะไม่หายไปจากร่างกาย แต่จะหลบซ่อนอยู่ในปมประสาทเป็นเวลาหลายสิบปี เมื่อภูมิคุ้มกันลดลง เชื้อไวรัสจะกลับมาทำงานอีกครั้ง ทำให้เกิดโรคงูสวัด

ผู้สูงอายุจึงเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงที่สุด เนื่องจากภูมิคุ้มกันของร่างกายเสื่อมลงตามวัย


โรคงูสวัดในผู้สูงอายุ

ทำไมผู้สูงอายุจึงเป็นงูสวัดได้ง่าย?

ปัจจัยที่กระตุ้นให้เชื้อไวรัสกลับมาทำงาน ได้แก่

  • อายุ 50 ปีขึ้นไป
  • ภูมิคุ้มกันลดลงตามวัย
  • ความเครียดสะสม
  • พักผ่อนไม่เพียงพอ
  • โรคเบาหวาน
  • โรคมะเร็ง
  • โรคไตเรื้อรัง
  • การใช้ยากดภูมิคุ้มกัน
  • การรักษาด้วยเคมีบำบัด

ยิ่งอายุมาก ความรุนแรงของโรคและโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนก็ยิ่งสูงขึ้น


อาการของโรคงูสวัดในผู้สูงอายุ

โรคงูสวัดมักมีอาการเป็นระยะ ดังนี้

ระยะที่ 1 อาการนำ

ก่อนผื่นขึ้นประมาณ 1–5 วัน ผู้ป่วยอาจมีอาการ

  • ปวดแสบปวดร้อน
  • เสียวแปลบคล้ายไฟช็อต
  • คันบริเวณผิวหนัง
  • ปวดเฉพาะด้านของลำตัวหรือใบหน้า
  • มีไข้ต่ำ ๆ
  • อ่อนเพลีย

หลายคนเข้าใจผิดว่าเป็นอาการปวดกล้ามเนื้อหรือโรคข้อ


ระยะที่ 2 ระยะผื่นและตุ่มน้ำ

หลังจากนั้นจะเริ่มมี

  • ผื่นแดง
  • ตุ่มน้ำใส
  • ตุ่มเรียงเป็นแนวตามเส้นประสาท
  • มักเกิดเพียงด้านเดียวของร่างกาย

ภายในประมาณ 7–10 วัน ตุ่มน้ำจะเริ่มแห้งและตกสะเก็ด


โรคงูสวัดในผู้สูงอายุ

ภาวะแทรกซ้อนที่อันตรายในผู้สูงอายุ

แม้ผื่นจะหายแล้ว แต่โรคงูสวัดอาจทิ้งผลกระทบไว้ได้นาน

1. ปวดเส้นประสาทหลังเป็นงูสวัด (Postherpetic Neuralgia : PHN)

เป็นภาวะแทรกซ้อนที่พบได้บ่อยที่สุด

ผู้ป่วยจะมีอาการ

  • ปวดแสบปวดร้อน
  • ปวดเหมือนไฟช็อต
  • เจ็บแม้เสื้อผ้าสัมผัสผิวหนัง
  • นอนไม่หลับ
  • คุณภาพชีวิตลดลง

อาการอาจเป็นนานหลายเดือน หรือบางรายอาจเป็นหลายปี


2. งูสวัดขึ้นตา

หากงูสวัดเกิดบริเวณใบหน้าและรอบดวงตา อาจทำให้เกิด

  • กระจกตาอักเสบ
  • ตาพร่ามัว
  • สูญเสียการมองเห็น
  • ตาบอดได้หากไม่ได้รับการรักษา

ควรรีบพบจักษุแพทย์ทันที


3. การติดเชื้อแบคทีเรีย

หากเกาตุ่มน้ำหรือดูแลแผลไม่ถูกต้อง อาจทำให้

  • แผลติดเชื้อ
  • แผลหายช้า
  • เกิดแผลเป็น

กฎทอง 72 ชั่วโมง รักษาเร็ว ลดภาวะแทรกซ้อน

หากสงสัยว่าเป็นงูสวัด ควรพบแพทย์ ภายใน 72 ชั่วโมงหลังเริ่มมีผื่น

แพทย์อาจให้การรักษา เช่น

  • ยาต้านไวรัส
  • ยาแก้ปวด
  • ยาลดอาการปวดเส้นประสาท
  • ยาทาผิวหนัง
  • การดูแลแผลอย่างถูกวิธี

การรักษาเร็วช่วย

  • ลดความรุนแรงของโรค
  • ทำให้แผลหายเร็วขึ้น
  • ลดโอกาสเกิด PHN
  • ลดระยะเวลาการปวด

วิธีดูแลตนเองเมื่อเป็นงูสวัด

ระหว่างการรักษา ควรปฏิบัติดังนี้

  • รักษาความสะอาดของผื่น
  • หลีกเลี่ยงการแกะหรือเกาตุ่มน้ำ
  • สวมเสื้อผ้าที่ไม่รัดแน่น
  • พักผ่อนให้เพียงพอ
  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ

หากผื่นอยู่บริเวณใบหน้า ดวงตา หรือมีไข้สูง ควรรีบพบแพทย์ทันที


โรคงูสวัดในผู้สูงอายุ โรคงูสวัดในผู้สูงอายุ

วัคซีนงูสวัด วิธีป้องกันที่มีประสิทธิภาพที่สุด

ปัจจุบันสามารถป้องกันโรคงูสวัดได้ด้วยวัคซีน

แนะนำสำหรับ

  • ผู้มีอายุ 50 ปีขึ้นไป
  • ผู้ที่เคยเป็นงูสวัดแล้ว
  • ผู้ที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง

วัคซีนชนิด Recombinant Zoster Vaccine (RZV)

มีประสิทธิภาพ

  • ป้องกันโรคได้มากกว่า 90%
  • ลดโอกาสเกิดอาการปวดเส้นประสาทหลังเป็นงูสวัด
  • ลดความรุนแรงของโรคในผู้สูงอายุ

วิธีลดความเสี่ยงการเกิดงูสวัด

แม้วัคซีนจะเป็นวิธีป้องกันที่ดีที่สุด แต่การดูแลสุขภาพก็มีความสำคัญเช่นกัน

ควร

  • นอนหลับวันละ 7–8 ชั่วโมง
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
  • รับประทานอาหารครบ 5 หมู่
  • ลดความเครียด
  • ควบคุมโรคประจำตัว เช่น เบาหวานและความดันโลหิตสูง
  • ตรวจสุขภาพเป็นประจำ

สรุป

โรคงูสวัดในผู้สูงอายุ รักษาเร็ว ป้องกันได้ ลดความเสี่ยงปวดเรื้อรัง

โรคงูสวัดไม่ใช่เพียงโรคผิวหนังธรรมดา แต่เป็นโรคที่อาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุอย่างมาก โดยเฉพาะภาวะปวดเส้นประสาทเรื้อรังที่อาจเป็นอยู่นานหลายปี

สิ่งสำคัญที่ควรจำ คือ

  • ผู้สูงอายุอายุ 50 ปีขึ้นไปมีความเสี่ยงสูง
  • พบแพทย์ภายใน 72 ชั่วโมงหลังมีผื่น
  • ไม่แกะหรือเกาตุ่มน้ำ
  • ดูแลภูมิคุ้มกันของร่างกาย
  • พิจารณาฉีดวัคซีนป้องกันงูสวัดตามคำแนะนำของแพทย์

การรู้เท่าทันโรคและป้องกันอย่างเหมาะสม จะช่วยให้ผู้สูงวัยมีคุณภาพชีวิตที่ดี ลดภาวะแทรกซ้อน และใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจในทุกช่วงวัย


คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

งูสวัดติดต่อหรือไม่?

งูสวัดไม่ติดต่อโดยตรงเป็นงูสวัด แต่ผู้ที่ไม่เคยเป็นอีสุกอีใสหรือไม่เคยได้รับวัคซีน อาจติดเชื้อและเป็นอีสุกอีใสได้จากการสัมผัสตุ่มน้ำของผู้ป่วย

ผู้สูงอายุที่เคยเป็นงูสวัดแล้ว สามารถเป็นซ้ำได้หรือไม่?

ได้ แม้เคยเป็นแล้วก็ยังมีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำ จึงควรปรึกษาแพทย์เรื่องการฉีดวัคซีน

งูสวัดอันตรายหรือไม่?

หากรักษาเร็ว ส่วนใหญ่สามารถหายได้ แต่หากปล่อยไว้ อาจเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น ปวดเส้นประสาทเรื้อรัง หรืองูสวัดขึ้นตา ซึ่งอาจส่งผลต่อการมองเห็น

วัคซีนงูสวัดควรฉีดเมื่ออายุเท่าไร?

โดยทั่วไปแนะนำสำหรับผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป หรือผู้ที่มีความเสี่ยงตามคำแนะนำของแพทย์

ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ เชียงใหม่ ดูแลผู้ป่วยติดเตียง เชียงใหม่ ดอยสะเก็ด

ธนรัฎ เฮลท์แคร์ | โรคงูสวัดในผู้สูงอายุ

สนับสนุนการดูแลอย่างถูกต้อง และถูกวิธี โดย ศูนย์ดูแลผู้ป่วยและผู้สูงอายุ ธนรัฎ เฮลท์แคร์ เชียงใหม่
https://www.facebook.com/thanarat.healthcare?mibextid=LQQJ4d