You are currently viewing การดูแล ผู้สูงอายุที่ชักเกร็ง | วิธีปฐมพยาบาลที่ถูกต้องและปลอดภัย

การดูแล ผู้สูงอายุที่ชักเกร็ง | วิธีปฐมพยาบาลที่ถูกต้องและปลอดภัย

การดูแลผู้สูงอายุที่เกิดอาการชักเกร็ง

วิธีปฐมพยาบาลผู้สูงอายุเมื่อชักเกร็งอย่างถูกต้อง ลดความเสี่ยงอันตรายถึงชีวิต

สนับสนุนการดูแลอย่างถูกต้องและถูกวิธี โดย บ้านพักผู้ป่วยและผู้สูงอายุ ธนรัฎ เฮลท์แคร์ ดอยสะเก็ด เชียงใหม่

อาการชักเกร็งในผู้สูงอายุเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ที่สามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นโรคหลอดเลือดสมอง โรคลมชัก ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ การติดเชื้อในสมอง หรือโรคประจำตัวอื่น ๆ ที่ส่งผลต่อระบบประสาท สำหรับผู้ดูแลและสมาชิกในครอบครัว การพบเห็นผู้สูงอายุมีอาการชักเกร็งต่อหน้าถือเป็นเหตุการณ์ที่สร้างความตกใจอย่างมาก แต่สิ่งสำคัญที่สุดในขณะนั้นคือการมีสติและให้การช่วยเหลืออย่างถูกวิธี เพื่อป้องกันการบาดเจ็บและภาวะแทรกซ้อนที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต

บทความนี้จะพาคุณเรียนรู้วิธีปฐมพยาบาลผู้สูงอายุที่มีอาการชักเกร็งอย่างถูกต้อง พร้อมข้อควรระวังที่ผู้ดูแลทุกคนควรรู้ ผู้สูงอายุชักเกร็ง


อาการชักเกร็งในผู้สูงอายุคืออะไร?

อาการชักเกร็ง (Seizure) เกิดจากความผิดปกติของกระแสไฟฟ้าในสมอง ส่งผลให้เกิดการเกร็งหรือกระตุกของกล้ามเนื้อทั่วร่างกาย หรือบางส่วนของร่างกายร่วมกับการสูญเสียการรับรู้ชั่วคราว

อาการที่พบได้บ่อย ได้แก่

  • หมดสติชั่วคราว
  • ตาค้าง
  • แขนขาเกร็งหรือกระตุก
  • กัดลิ้น
  • น้ำลายฟูมปาก
  • หายใจผิดปกติ
  • สับสนหลังอาการชักหยุดลง

สาเหตุของอาการชักในผู้สูงอายุ

อาการชักในผู้สูงวัยอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น

  • โรคหลอดเลือดสมอง
  • โรคลมชัก
  • ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ
  • การติดเชื้อในสมอง
  • ภาวะขาดออกซิเจน
  • โรคอัลไซเมอร์ระยะรุนแรง
  • เนื้องอกในสมอง
  • ผลข้างเคียงจากยาบางชนิด

การพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยสาเหตุที่แท้จริงจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง


3 ขั้นตอนสำคัญที่ต้องทำทันทีเมื่อผู้สูงอายุชักเกร็ง

1. ตั้งสติและจับเวลา

เมื่อเริ่มมีอาการชัก ให้ดูนาฬิกาหรือจับเวลาทันที

ข้อมูลเรื่องระยะเวลาการชักมีความสำคัญต่อการวินิจฉัยและการรักษาของแพทย์

โดยปกติอาการชักส่วนใหญ่มักหยุดเองภายใน 1–3 นาที


2. เคลียร์พื้นที่รอบตัวให้ปลอดภัย

ย้ายสิ่งของที่อาจก่อให้เกิดอันตรายออกจากบริเวณใกล้เคียง เช่น

  • ของมีคม
  • โต๊ะหรือเก้าอี้
  • เครื่องใช้ไฟฟ้า
  • ของร้อน

เพื่อลดความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บจากการกระแทก


3. หนุนศีรษะและจัดท่านอนตะแคง

ควรนำหมอน ผ้าห่ม หรือผ้านุ่ม ๆ มารองศีรษะเพื่อป้องกันการกระแทก

จากนั้นคลายเสื้อผ้าบริเวณคอและหน้าอกให้หลวม

หากสามารถทำได้อย่างปลอดภัย ควรจัดให้นอนตะแคงข้าง เพื่อช่วยป้องกันการสำลักน้ำลาย เสมหะ หรืออาเจียน และลดความเสี่ยงของการอุดกั้นทางเดินหายใจ


สิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาดเมื่อผู้สูงอายุชัก

ห้ามงัดปากหรือยัดสิ่งของเข้าปาก

เป็นความเชื่อที่ผิดและอันตรายมาก

การใช้ช้อน นิ้วมือ หรือวัตถุอื่นงัดปาก อาจทำให้

  • ฟันหัก
  • สำลักสิ่งแปลกปลอม
  • ทางเดินหายใจอุดตัน
  • เกิดการบาดเจ็บในช่องปาก

ผู้ป่วยไม่สามารถกลืนลิ้นตัวเองได้ จึงไม่จำเป็นต้องยัดสิ่งของใด ๆ เข้าปาก


ห้ามจับกดแขนหรือขา

ไม่ควรพยายามตรึงร่างกายหรือกดแขนขาระหว่างชัก

เพราะอาจทำให้

  • กล้ามเนื้อฉีกขาด
  • ข้อเคลื่อน
  • กระดูกหัก

โดยเฉพาะในผู้สูงอายุที่มีภาวะกระดูกพรุน


ห้ามป้อนน้ำ อาหาร หรือยา

ควรรอจนกว่าผู้ป่วยจะรู้สึกตัวเต็มที่และสามารถกลืนได้ตามปกติ

เพื่อป้องกันการสำลักเข้าสู่ปอด


สัญญาณอันตรายที่ต้องโทร 1669 ทันที

ควรรีบติดต่อสายด่วนการแพทย์ฉุกเฉิน 1669 หากพบว่า

ชักนานเกิน 5 นาที

อาจเกิดภาวะสมองขาดออกซิเจนและเป็นอันตรายต่อชีวิต

ชักซ้ำหลายครั้ง

โดยยังไม่ฟื้นคืนสติจากการชักครั้งก่อน

มีอาการบาดเจ็บรุนแรง

เช่น ศีรษะกระแทกพื้น มีเลือดออก หรือกระดูกหัก

เป็นการชักครั้งแรกในชีวิต

จำเป็นต้องได้รับการประเมินจากแพทย์อย่างเร่งด่วน

หยุดหายใจหรือหายใจลำบาก

มีอาการตัวเขียว ปากเขียว หรือหมดสติเป็นเวลานาน


การดูแลผู้สูงอายุหลังอาการชักสงบ

หลังจากอาการชักหยุดลง ผู้สูงอายุอาจมีอาการอ่อนเพลีย สับสน ง่วงนอน หรือจำเหตุการณ์ไม่ได้

ผู้ดูแลควรปฏิบัติดังนี้

ให้นอนตะแคงต่อไป

เพื่อป้องกันการสำลักและช่วยให้หายใจสะดวก

พูดคุยด้วยน้ำเสียงสงบ

ช่วยลดความวิตกกังวลและสร้างความรู้สึกปลอดภัย

สังเกตอาการต่อเนื่อง

ตรวจดูระดับความรู้สึกตัว การหายใจ และการเคลื่อนไหวของแขนขา

จดบันทึกรายละเอียด

เช่น

  • ระยะเวลาที่ชัก
  • ลักษณะการชัก
  • แขนขาที่เกร็ง
  • การหมดสติ
  • อาการผิดปกติอื่น ๆ

ข้อมูลเหล่านี้มีประโยชน์อย่างมากต่อการวินิจฉัยของแพทย์


สรุป

เมื่อผู้สูงอายุชักเกร็ง “ตั้งสติให้ดี ช่วยเหลือให้ถูกวิธี”

อาการชักเกร็งในผู้สูงอายุอาจเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ และบางครั้งอาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคร้ายแรงที่ต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน

หลักการสำคัญที่ควรจำให้ขึ้นใจ คือ

✅ ตั้งสติและจับเวลา
✅ เคลียร์พื้นที่รอบตัวให้ปลอดภัย
✅ หนุนศีรษะและจัดท่านอนตะแคง
✅ ห้ามงัดปาก
✅ ห้ามกดตรึงแขนขา
✅ โทร 1669 เมื่อพบสัญญาณอันตราย

การปฐมพยาบาลที่ถูกต้องในช่วงไม่กี่นาทีแรก สามารถช่วยลดความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนและช่วยรักษาชีวิตของผู้สูงอายุได้อย่างมีประสิทธิภาพ


คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ผู้สูงอายุชักต้องจับลิ้นหรือไม่?

ไม่จำเป็น และไม่ควรนำสิ่งของใด ๆ เข้าปาก เพราะอาจทำให้เกิดการสำลักหรือบาดเจ็บรุนแรง

อาการชักนานแค่ไหนถึงต้องโทร 1669?

หากชักนานเกิน 5 นาที หรือชักซ้ำโดยไม่ฟื้นสติ ควรโทร 1669 ทันที

หลังชักสามารถให้น้ำดื่มได้หรือไม่?

ควรรอจนกว่าผู้ป่วยจะรู้สึกตัวเต็มที่และกลืนได้ตามปกติก่อน

อาการชักในผู้สูงอายุเกิดจากอะไรได้บ้าง?

อาจเกิดจากโรคหลอดเลือดสมอง โรคลมชัก ภาวะน้ำตาลต่ำ การติดเชื้อในสมอง หรือโรคทางระบบประสาทอื่น ๆ

 

ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ เชียงใหม่ ดูแลผู้ป่วยติดเตียง เชียงใหม่ ดอยสะเก็ด

ธนรัฎ เฮลท์แคร์ | ผู้สูงอายุชักเกร็ง

สนับสนุนการดูแลอย่างถูกต้อง และถูกวิธี โดย ศูนย์ดูแลผู้ป่วยและผู้สูงอายุ ธนรัฎ เฮลท์แคร์ เชียงใหม่
https://www.facebook.com/thanarat.healthcare?mibextid=LQQJ4d